สัปดาห์หน้า ตลาดไทยจับตาอะไร? กนง.-เฟด-เงินทุนต่างชาติ ตลาดหุ้นลุ้นไปต่อหรือพัก?
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้เงินบาทแข็งแตะ 32.64 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่หุ้นไทยพลิกปิดบวก จับตา กนง. เฟด เงินทุนต่างชาติ และตะวันออกกลาง
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา “เงินบาท” และ “หุ้นไทย” ต่างมีจังหวะให้ลุ้นไม่น้อย โดยเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ตลาดหุ้นไทยแม้จะผันผวน แต่สามารถกลับมาปิดบวกได้ในช่วงท้ายสัปดาห์ แล้วสัปดาห์หน้าอะไรคือปัจจัยที่ต้องจับตา?
เงินบาทแข็งแตะ 32.64 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทในช่วงต้นสัปดาห์แข็งค่าขึ้นจากแรงขายเงินดอลลาร์ฯ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอ จนตลาดมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจยังไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบใกล้ๆ นี้
ขณะเดียวกัน เงินบาทยังได้แรงหนุนจากตัวเลข GDP ไทยไตรมาส 2/2569 ที่ชะลอตัวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
แต่ระหว่างสัปดาห์ก็มีจังหวะที่เงินบาทอ่อนค่าลงบางส่วน หลังเงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีข้อยุติ ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เหลือของสัปดาห์เงินบาทกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง ผ่านระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ และแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 32.64 บาทต่อดอลลาร์ฯ
จังหวะนี้สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า อาจพิจารณาเพิ่มปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรมากกว่าที่ประกาศไว้
นอกจากนี้ เงินสกุลส่วนใหญ่ในเอเชียก็แข็งค่าตามเงินเยน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นที่เร่งตัวขึ้นในเดือน ก.ค. และเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย
สัปดาห์หน้าเงินบาทจะไปทางไหน?
สำหรับสัปดาห์วันที่ 24-28 ส.ค. 2569 KBank คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สิ่งที่ต้องติดตามมีทั้งการประชุม กนง. วันที่ 26 ส.ค. ตัวเลขส่งออกไทยเดือน ก.ค. ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ตะวันออกกลาง และถ้อยแถลงของประธานเฟดที่การประชุม Jackson Hole
รวมถึงตัวเลขสำคัญจากสหรัฐฯ อย่างดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือน ก.ค. และตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 (Prelim.)
หุ้นไทยผันผวน ก่อนพลิกกลับมาปิดบวก
ฝั่งตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ก็ไม่ได้เดินหน้าแบบเรียบๆ แต่มีทั้งช่วงที่พุ่งขึ้น แรงขายกดดัน และกลับมาฟื้นตัวในช่วงท้ายสัปดาห์
ช่วงต้นสัปดาห์ หุ้นไทยได้แรงหนุนจากตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 ที่แม้จะชะลอตัว แต่ยังออกมาดีกว่าคาด ขณะที่ สศช. ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยปีนี้จาก 2.0% เป็น 2.2% ทำให้เกิดแรงซื้อกระจายไปในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร
แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางสัปดาห์ ดัชนีเริ่มลดช่วงบวกลง หลังนักลงทุนต่างชาติทยอยขายทำกำไรและตอบรับปัจจัยบวกไปแล้ว ประกอบกับสถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความตึงเครียด
หุ้นที่กดดันตลาด ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปรับตัวลงตามหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ รวมถึงหุ้นธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่เผชิญแรงกดดันจากประเด็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลดสัดส่วนการถือหุ้น
จากนั้นตลาดแกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนจะกลับมาปิดบวกในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานเข้ามาหนุน หลังมีข่าวบริษัทหลักทรัพย์ต่างชาติปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ยังมีแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มธนาคารเข้ามาช่วยพยุงตลาดด้วย
สัปดาห์หน้า หุ้นไทยมีแนวรับ-แนวต้านตรงไหน?
สำหรับสัปดาห์วันที่ 24-28 ส.ค. 2569 KSecurities มองแนวรับของ SET Index ไว้ที่ 1,600 และ 1,585 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,655 จุด ตามลำดับ
ปัจจัยที่ต้องติดตามยังมีหลายเรื่อง ตั้งแต่การประชุม กนง. วันที่ 26 ส.ค. ตัวเลขส่งออกไทยเดือน ก.ค. ถ้อยแถลงของประธานเฟดจากการประชุมประจำปีที่เมือง Jackson Hole สถานการณ์ตะวันออกกลาง และทิศทางเงินทุนต่างชาติ
รวมถึงดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือน ก.ค. และตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 ของสหรัฐฯ ตลอดจนกำไรบริษัทอุตสาหกรรมเดือน ก.ค. ของจีน
เรียกได้ว่าสัปดาห์หน้า ทั้ง “เงินบาท” และ “หุ้นไทย” ยังมีหลายปัจจัยให้ต้องจับตา โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ เงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ตะวันออกกลาง และการประชุม กนง. ที่อาจเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญของตลาด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB